หลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก เข้ารับพระราชทานรางวัล พระกินรี ครั้งที่ ๑

March 31st, 2011 |

เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2554 พระอาจารย์ดร.วิรพล ฉัตติโก หรือหลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก เข้ารับพระราชทานรางวัล พระกินรี ครั้งที่ ๑ โดย พณฯ พลอากาศเอกกำธน สินธวานนท์ องคมนตรี เป็นประธานในพิธี ณ ห้องแสตมป์ทอง หอประชุมไปรษณีย์ไทย ถนนแจ้งวัฒนะ หลักสี่ กรุงเทพมหานคร เมื่อวันอังคารที่ ๒๙ มีนาคม ๒๕๕๔ เวลา ๑๘.๐๐ น.

โครงการยกย่องและสร้างสรรค์ คนดี คิดดี สังคมดี ตามรอยพระยุคลบาท

ด้วยตระหนักถึงคุณค่าแห่งการทำความดี คิดดี ปฏิบัติดีตามหลักคุณธรรม จริยธรรม ตามรอยพระยุคลบาท ตามพระราชดำรัสแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช คณะกรรมการอำนวยการจัดงานโดยเฉพาะสมัชชาฯ   ได้เกิดแนวคิดในการจัดโครงการ  “คนดี คิดดี สังคมดี  ตามรอยพระยุคลบาท”   ขึ้นเป็นครั้งแรก ในปี ๒๕๕๔    ได้ดำเนินการสรรหาและคัดเลือกบุคคลจากหลายสาขา เพื่อยกย่องกลุ่มบุคคลเหล่านี้ให้เป็นแบบตัวอย่าง  เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เกิดการทำความดี คิดดี ปฏิบัติดีในสังคมไทยแก่ประชาชนทั่วไปอย่างต่อเนื่อง   ในการบำเพ็ญตนเพื่อประโยชน์ต่อสังคม  และตระหนักถึงความสำคัญว่า   การจัดดำนินงานโครงการนี้ เป็นงานหนึ่งของความมั่นคงแห่งชาติ ทุกท่านล้วนเป็นกำลังอำนาจของชาติที่สำคัญยิ่ง และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณปกเกล้าปกกระหม่อม น้อมนำพระราชดำรัสแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เรื่องการส่งเสริมคนดีมาปฏิบัติ โดยมุ่งหวังเป็นอีกหนึ่งแรงที่จะช่วยสร้างสรรค์ให้สังคมไทยมีความรัก ความสามัคคี และเป็นสังคมที่น่าอยู่สำหรับคนไทยตลอดไป โดยยึดมั่นเข้าใจและเข้าถึงในผลประโยชน์แห่งชาติ กำลังของชาติเป็นหลักนำ

รางวัลพระกินรี

การทำความดีและเป็นคนดี  ประพฤติปฏิบัติดีต่อสังคมนั้นนับว่ามีความสำคัญยิ่งต่อทิศทางการพัฒนาประเทศ   มิได้จำเพาะเจาะจงว่า บุคคลนั้นจะมีชาติกำเนิดหรือมีตำแหน่งและสถานะใดในสังคม   คนไทยทุกคนในทุกองค์ประกอบของสังคมสามารถทำความดี คิดดี เป็นคนดี ปฏิบัติดีได้ด้วยกันทั้งสิ้น   สำคัญยิ่งก็คือทุกคนในสังคมควรช่วยกันส่งเสริมและให้กำลังใจคนดี  และการทำความดี ล้วนก่อประโยชน์แก่ประเทศชาติและสนองคุณแผ่นดิน  ยึดมั่นหลักการคนดีพลังพัฒนาชาติ และเป็นกำแพงแห่งความสมานฉันท์เพื่อคนดีของแผ่นดิน

(บทความนี้คัดจากหนังสือ งานมอบรางวัล “พระกินรี” ครั้งที่ ๑  โดยสมัชชานักจัดรายการข่าววิทยุโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย)