ลิขิตธรรมจากหลวงปู่เณรคำ

May 2nd, 2011 |

ลิขิตธรรมจากหลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก (พระอาจารย์ดร.วิรพล ฉัตติโก)

28 เมษายน 2554

เมื่อได้บรรลุธรรมขั้นสุดท้ายแห่งการสิ้นสุดแห่งภพชาติ

วันที่ได้พบกับความเป็นสุดท้ายแห่งการเกิดในภพชาติทั้งหลาย เป็นวันที่พิเศษที่วิเศษ และเป็นอภินิหารมากที่สุดในชาติปัจจุบัน อันตนเองผู้เกิดมาอาศัยอยู่ในความเป็นตน ได้วางตนลงราบคาบสู่ความจริงของธรรมชาติ ที่เราไม่อาจเปลี่ยนเป็นอย่างอื่น นอกจากจิตใจอันพ้นเสียได้ เหนือเสียได้ ไม่มีภาระผูกพันด้วยความยึดติดปรากฏรบกวนจิตใจอีก เป็นความประทับใจอันสูงสุดในโลกแห่งการเกิด เป็นความสุขอันเกษมยิ่งที่สุดในโลกแห่งการเกิด เมื่อจิตพ้นโลกแห่งการเกิดแก่เจ็บตาย ก็ไม่เกี่ยวข้องขัดข้องในความประทับใจและสุขอันเกษมที่ปรากฏเกิดขึ้น เป็นสักแต่ว่าประทับใจเป็นที่สุด เป็นสักแต่ความสุขอันเกษมเป็นที่สุด หลุดพ้นแล้วไม่ขัดข้องไม่เกี่ยวพัน เพียงอาศัยอยู่ปรากฏอยู่ในตามธรรมชาติ ผลปรากฏเหนือความคาดหมายเดิมเป็นที่สุด สุดเลิศแล้วพระพุทธเจ้า พระธรรมเจ้า พระสังฆเจ้า อัศจรรย์ยิ่งเป็นที่สุดในใจดวงนี้

จิตดวงนี้สงบระงับ เกษมสุขเย็นเป็นปกติ จิตดวงนี้ปล่อยวางทุกข์ ได้วางตัวตนแบบไม่ยึดมั่นถือมั่น เราได้ผลแห่งการรู้แจ้งแยกกายออกจากจิตได้จริง จิตเราไม่เศร้าหมองผูกพันกับสิ่งใด จิตดวงนี้ไม่เศร้าหมองผูกพันสิ่งใด จิตไม่เดือดร้อนกระวนกระวายเรื่องใดๆ เมื่อสิ่งใดมากระทบสัมผัสก็รู้แล้ววางได้ทันที จิตดวงนี้จึงเป็นจิตที่ฉลาดรอบรู้ทัน ละเอียดรอบถ้วนถึงจิตในจิต รู้รอบในการทำจิตให้เข้าสภาพนั้นๆ ให้เป็นให้อยู่ในสภาพนั้นๆได้เสมอ รู้รอบในการทำจิตให้รับสภาพนั้นๆ ให้ตั้งอยู่ ทรงอยู่ แน่วแน่มั่นคงอยู่ได้จริง รู้รอบในการทำจิตให้พ้นจากสภาพนั้น หลุดพ้นเลิกจากสภาพนั้นได้จริง รู้รอบ รู้สึก รู้ละเอียด พร้อมรู้มูล รู้เค้า รู้เรื่อง ของสภาพอย่างนั้นๆ และทำได้จริงอย่างเป็นชิ้นเป็นอันแน่ๆ จิตดวงนี้รู้รอบละเอียดในอารมณ์ ในความเป็นไปที่ต่อเนื่องมีบทบาทอยู่ตลอดของจิตในอารมณ์ต่างๆ รู้รอบในการทำจิตได้เก่งเชี่ยวชาญ มีกำลังแข็งกล้า สามารถมีฤทธิ์มีแรง รู้เห็นได้เด่นชัดมากๆ เกิดเป็นอภินิหาร ผู้ได้ผลเป็นอย่างนี้ ย่อมยังจิตให้เป็นไปตามอำนาจได้ หยุดเกิด และไม่เป็นไปตามอำนาจของกิเลส ดับกิเลสเสียได้ เป็นผู้รู้เกิดรู้ดับ หลุดพ้นได้อย่างแท้จริง ชาติภพแห่งการเกิดจึงยุติแต่เพียงนี้ อยู่ในอเมริกาได้ทบทวนสภาวะธรรมที่เคยเกิดแล้วในใจ เมื่อครั้งอดีตสมัยเป็นเณรน้อย