หลวงปู่เณรคำแสดงพระธรรมเทศนาสั้นๆและเป็นประธานร่วมพิธีเททองหล่อพระพุทธหายโศก

May 18th, 2012 |

หลวงปู่เณรคำ  ฉัตติโก หรือ พระอาจารย์ ดร.วิรพล  ฉัตติโก ได้แสดงพระธรรมเทศนาสั้นๆ และ เป็นประธานร่วมพิธีเททองหล่อพระพุทธหายโศก พร้อมกับ รองสมเด็จฯ วัดปากน้ำ ณ พุทธมณฑล เมื่อบ่ายวันที่ 15 พฤษภาคม 2555 เพื่อเฉลิมพระเกียรติ 85 พรรษามหาราช

พระธรรมเทศนา ณ โดมสันติวัน พุทธมณฑล

เมื่อวันที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๕๕

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ ( ๓ จบ)

พุทธัง ธัมมัง สังฆัง นิพพานัง ปะระมัง สุขัง ตีติ

          ในโอกาส ที่ได้มาแสดงธรรม ให้กับท่านพุทธศาสนิกชน ผู้มีจิตใจอันเป็นพุทธจริต มีจิตใจอันเป็นผู้รู้ มีจิตใจอันเป็นผู้ตื่น มีจิตใจอันเป็นผู้เบิกบาน ตามแนวทางเส้นทางธรรม ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า บรรจบครบรอบมาสองพันห้าร้อยกว่าปี ที่ธรรมคำสอนแห่งองค์สมเด็จพระบรมศาสดา ได้ประกาศกึกก้องแก่มวลมนุษย์มิตรทั้งหลาย ที่เป็นศาสนิกชนของพระองค์ ให้ได้ตื่นรู้ตาม ให้ได้เกิดดวงตาเห็นธรรม ตามเส้นทางธรรมที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้ทรงชี้ทางออก บอกทางเดินเอาไว้ ตั้งแต่ครั้งสมัยพุทธกาลจนถึงปัจจุบันกาล

          นี่ก็ถือว่าเป็นมหาพุทธบารมีที่ยิ่งใหญ่ เป็นมหาคุณูปการที่ยิ่งใหญ่ ที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้เป็นศาสดาเอกของเราท่านทั้งหลาย เป็นหนึ่งเดียวในโลก เป็นศาสดาเอกของโลก ที่พระองค์ทรงชี้ทางออก บอกทางเดิน ให้แก่มวลมนุษย์มิตร และทวยเทพเทวดาทั้งหลาย ได้รู้เส้นทางเดินที่เป็นเส้นทางอันไพบูลย์ เป็นเส้นทางอันเกื้อกูล ยังกระแสจิตใจของเราท่านทุกคนนั้น ให้ก้าวเข้าถึงซึ่งความหลุดพ้น และพระนิพพาน

          พุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ อันประเสริฐเลิศล้ำ เป็นคุณพระรัตนตรัยที่ยิ่งใหญ่ ปรากฏชัดอยู่ในใจของเราท่านทุกคน ผู้เป็นชาวพุทธ แห่งสมชื่อลือนามว่า “พุทธจริต” อันจริตนิสัยที่พรั่งพร้อมอุดมสมบูรณ์ ไปด้วยความเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน ตามธรรมคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มีจุดมุ่งหมาย มีเป้าหมายแห่งชีวิตจิตใจของตนเอง ที่ได้เกิดมาอาศัยอยู่ในปัจจุบันชาติ แสวงหาธรรมอันประเสริฐ ซักฟอกขัดเกลาจิตใจของตนเอง ให้ขาวสะอาดบริสุทธิ์ ปราศจากมลทินแห่งกิเลสตัณหาอุปาทาน เข้ามาเบียดเบียนจิตใจของตัวเอง

          ในโลกนี้สิ่งที่เป็นธรรมชาติในโลก หาสาระแก่นสารไม่ได้ ล้วนแล้วแต่เป็นไปตามอำนาจแห่งความจริง โดยธรรมในโลกเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และไม่ใช่สัตว์บุคคลตัวตนเราเขา มีความเปลี่ยนแปลงแปรปรวนตนเองอยู่ตลอดเวลา ทั้งความเกิด และความดับก็ปรากฏเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา ไม่จบสิ้นสักที เราท่านทุกคนที่เกิดมาอยู่ในธรรมชาติของโลก เราต้องรู้จักเรียนรู้ธรรมชาติของโลก ให้เห็นตามธรรมอันเป็นจริงที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ทรงตรัสสอนเอาไว้ “ สิ่งทั้งหลายในโลกเหล่านี้ ล้วนแล้วแต่เป็นของไม่เที่ยง สิ่งทั้งหลายในโลกเหล่านี้ ล้วนแล้วแต่เป็นทุกข์ที่ทนได้ยาก สิ่งทั้งหลายในโลกเหล่านี้ ล้วนแล้วแต่ไม่ใช่สัตว์บุคคลตัวตนเราเขา” รูปธรรมนามธรรมทั้งหลาย ก็ล้วนแล้วแต่เป็นไปตามธรรมส่วนนี้ บุคคลผู้เจริญด้วยจิตใจอันพรั่งพร้อมด้วยอำนาจสติ สมาธิ และปัญญานั้น ย่อมเป็นผู้ที่เข้าถึงความจริงด้วยความชาญฉลาด ภายในสติปัญญาของตนเอง เป็นบุคคลผู้มีความคิดอันชาญฉลาด ที่จะเลือกเฟ้นเอาแต่สิ่งที่ดีเลิศ ตามหลักธรรมคำสอนของพระพุทธองค์ เข้ามาสถิตสถาพรอยู่ในหัวใจของตนเอง

          มหาพุทธบารมี เป็นมหาบารมีที่ยิ่งใหญ่ ที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงประกาศกึกก้องมาตั้งแต่สมัยพุทธกาลจนถึงปัจจุบันกาล ทำให้เราท่านทุกคนผู้เกิดใหม่ภายหลัง ได้ฟังธรรมถึงอรรถรสอันดีเลิศแห่งความเป็นผู้รู้ อรรถรสอันดีเลิศแห่งความเป็นผู้ตื่นแล้ว อรรถรสอันเลิศแห่งความเป็นผู้เบิกบาน อยู่ในจิตใจของตนเอง พุทธบารมี มหาพุทธบารมีนั้น สถิตสถาพรอยู่ในจิตใจของเราท่านทุกคนตลอดกาลตลอดสมัย ถึงแม้สมเด็จพระตถาคตเจ้าทรงเสด็จดับขันธ์นิพพานไปนานแล้วก็ตาม แต่ก็มีสิ่งที่เป็นตัวแทนพระองค์ คือพระสัทธรรม ความจริงที่พระองค์ได้ทรงสั่งสอนเอาไว้ ให้แก่เราท่านทั้งหลาย มหาพุทธบารมีนั้น ไม่ได้อยู่ที่การแสดง นอกเหนือจากอยู่ในใจของเราท่านทุกคน ที่มีความเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน สถิตสถาพรอยู่ในใจดวงนี้

          พระผู้มีพระภาคเจ้า พระองค์ทรงตรัสรู้แจ้งโดยชอบด้วยพระองค์เอง เมื่อตรัสรู้แล้วก็ได้นำหลักธรรมทั้งหลายเหล่านั้น มาประกาศบอกให้กับเราท่านทุกคน ได้ฟัง ได้ศึกษาค้นคว้า ได้เห็นคุณความจริงโดยธรรมทั้งหลาย และทำให้เราท่านผู้ศึกษาอย่างถ่องแท้ ได้แสวงหาเส้นทางที่จะนำพาจิตใจของตนเองนั้น ให้ล่วงพ้นจากชาติภพน้อยใหญ่ทั้งหลาย ให้พ้นจากการเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในวัฏฏสงสารทั้งหลาย ที่มีแต่ความทุกข์ ความโทมนัส มีแต่การท่องเที่ยวไปในชาติภพต่างๆ มากมาย ไม่มีความสุขอันเกษมเกิดขึ้นอย่างแท้จริง

          พระเมตตาธิคุณ พระมหากรุณาธิคุณ ในองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น ยิ่งใหญ่เป็นยิ่งนัก แม้กาลสมัยผ่านมาสองพันห้าร้อยกว่าปี อานิสงส์แห่งพระมหาเมตตาธิคุณ แห่งพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ ได้มีความเด่นชัดแจ่มแจ้ง อยู่ในจิตวิญญาณแห่งความเชื่อของบรรดาเราท่านทั้งหลาย ที่มีชื่อลือนามว่า เป็นพุทธศาสนิกชนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มาวันนี้เป็นกึ่งพุทธกาล ล่วงเลยผ่านมาสองพันห้าร้อยกว่าปี เราท่านทั้งหลายได้มาพบปะเจอกัน ได้สนทนาปราศรัย ได้สดับพระธรรมเทศนนา ธรรมทั้งหลายเหล่านี้ต่างหากเล่า เป็นสิ่งที่ประเสริฐที่สุดที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงมอบไว้เราท่านทุกคน

          อาตมามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งในพิธีกรรมอันนี้ ที่เป็นการเชิดชูพระพุทธศาสนา อันมีสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นศาสดา อันมีหลักธรรมคำสอนของพระองค์ เป็นทางออกทางเดินให้กับเราท่านทุกคน อันมีสงฆ์ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ จนเป็นเนื้อนาบุญอยู่ในโลกใบนี้ทุกท่าน เป็นผู้สืบทอดอายุพระพุทธศาสนาให้เจริญยิ่ง ๆ ขึ้นไปถึงห้าพันปี พิธีกรรมอันศักดิสิทธิ์จะเกิดขึ้นแล้ว จิตใจทุกดวงที่มาชุมนุมรวมกันอยู่ที่นี่ ทั้งจิตใจของมนุษย์มิตร และเทวดาทั้งหลาย ต่างแล้วก็ร่วมกันโมทนาสาธุการ มีกุศลจิตอันถึงพร้อม กำลังจิตอันนี้ย่อมเป็นกำลังจิตที่เป็นจิตตานุภาพ นำพาให้เกิดความสำเร็จประโยชน์ดั่งตั้งใจทุกประการ

          พระพุทธหายโศกจะเป็นพระพุทธะ ที่มีความศักดิสิทธิ์ มีพุทธานุภาพที่ยิ่งใหญ่ มีอานิสงส์ที่แรงกล้า ทำให้เราท่านทุกคนนั้นได้เกิดดวงตาเห็นธรรม ได้รับแต่สิ่งที่ดีงามเกิดขึ้นในชีวิตของตนเอง ทั้งนี้เราท่านทุกคน ยังได้ประกอบพิธีกรรมอันศักดิสิทธิ์นี้ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ เป็นอานิสงส์ที่ยิ่งไหญ่ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ จะมีความเจริญรุ่งเรืองวัฒนาถาวร อยู่คู่แผ่นดินไทยไปตราบนานเท่านาน ถึงชั่วลูกชั่วหลาน ก็เกิดจากเราท่านทุกคน ผู้อยู่ในปัจจุบันกาลนี้ ร่วมแรงร่วมใจประกอบกิจอันเป็นมงคล ให้เกิดขึ้นแก่ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ มงคลอันใดที่ดีเลิศ ควรแก่เราท่านทุกคนจะได้รับ ขอมงคลอันนั้นจงปรากฏเกิดขึ้นโดยปาฏิหาริย์

          การแสดงพระธรรมเทศนาในครั้งนี้ คงจะได้แสดงไม่ยืดยาว ขอให้ธรรมเพียงสั้นนี้ เป็นธรรมะคู่จิตคู่ใจของท่านทุกคน ขออำนวยอวยพรในท้ายที่สุดแห่งการแสดงธรรม ให้บรรดาท่านทั้งหลายเป็นผู้มีอายุ วรรณะ สุขะ พละ ผุดผ่องดั่งทองธานี ยิ้มแย้มแจ่มใส โสตนาการ หมดทุกข์ หมดโศก หมดโรค หมดภัย สรรพเคราะห์ เสนียดจัญไร หายไปไกล ๆ สาธุ