ตามรอยเส้นทางธรรม

January 13th, 2010 |

พอถึงวันธรรมดาเราก็ไปโรงเรียน ถึงวันพระเราก็หยุดเรียน ชาวบ้านก็หาว่าเราเป็นคนธรรมแตกบ้าง เป็นเด็กบ้าบ้าง ทั้งหมู่บ้านนั้นแหละหาว่าเป็นเด็กบ้า “บักธรรมแตกเผิ่นหวะ” จิตของเรานี่ก็บอกว่าเราไม่ได้บ้า พวกท่านนั่นแหล่ะบ้า เราดำเนินไปตามทางแห่งความหลุดพ้น ไปตามทางแห่งความศรัทธาที่มีมาตั้งแต่เด็ก ตั้งแต่อายุยังน้อย แล้วก็เป็นศรัทธาที่มั่นคงจนถึงปัจจุบัน

จากนั้นถ้าโรงเรียนเขามีการบวชภาคฤดูร้อน เราสมัครก่อนคนอื่นเลย บวชภาคฤดูร้อนเสร็จตอนอายุ ๙ ปี ก็บวชจูงศพ บวชฤดูร้อนด้วย จากนั้นก็ลาสิกขามา แต่การบำเพ็ญนี้ไม่เคยด่างพร้อย บำเพ็ญต่อเนื่องตลอดตั้งแต่เป็นเด็ก ทุกปีทุกอายุขัยตั้งแต่เกิดมานี่ ก็ได้นั่งสมาธิ ภาวนาเดินจงกรม ยืนทำสมาธิ นอนทำสมาธิ ตั้งแต่รู้เดียงสามาเลยเป็นเด็กที่แปลก เราก็คิดว่าเราแปลกกว่าคนอื่นอยู่เหมือนกัน คนอื่นชอบเที่ยวเฮฮาสนุกสนาน แต่เราชอบเข้าวัด กำหนดรู้อยู่ในจิตอย่างเดียวไม่เกี่ยวข้องเรื่องอื่นใด แม้ว่าไปโรงเรียนพอพักเที่ยงแทนที่จะไปเล่นกับเพื่อนฝูงไม่มี มีแต่นั่งสมาธิตามร่มไม้เวลาพักเที่ยง เวลาเลิกเรียนก็เข้าไปไหว้พระก่อน เวลาเดินกลับจากโรงเรียนก็จะเดินเป็นจงกรมทุกวัน เป็นกิจภายในที่ไม่มีใครรู้ได้นอกจากตัวเรารู้เราเอง

ในขณะนั้นตั้งแต่อายุ ๗ ปี จนถึงอายุ ๙ ปี ๑๐ ปี ๑๑ ปี ๑๒ ปี จนจบชั้นประถมฯ จิตมั่นคงเด็ดเดี่ยวขึ้นมาก ยิ่งมุ่งที่จะออกจากทางโลกโดยฝ่ายเดียว ครั้งแรกเรากะว่าจะบวชเณรในสายธรรมยุติตลอดตั้งแต่อายุ ๑๒ ปีแล้ว แต่ว่าบิดามารดาบอกว่าให้เรียนต่ออีกก่อน เราก็เลยเรียนชั้นมัธยมฯต่อ แต่ความเพียรยังไม่ลดละ พอเข้ามัธยมก็มีผู้อุปการะคุณคนหนึ่งคือ อาจารย์ปริญญา มุกขะสมบัติ เป็นอาจารย์ฝ่ายวิชาเกษตรกรรม โรงเรียนมัธยมพิบูลมังสาหาร ท่านได้ให้ความอุปการะช่วงนั้น เราไม่ยอมขึ้นรถโดยสารเลย ครั้งนั้นอายุได้ ๑๓ ปี จากบ้านเกิดไปถึงโรงเรียนก็ประมาณ ๑๐ กิโลเมตร ครูที่โรงเรียนก็มอบรถจักรยานให้คันหนึ่ง ใช้สำหรับปั่นจากบ้านไปโรงเรียนทุกเช้า

การปั่นมาโรงเรียนนี่ ถ้าถึงวันพระ จักรยานนั้นก็จะมีกลด ซึ่งกลดอันนั้นได้รับจากหลวงปู่สมบูรณ์ ขันติโก วัดป่าดอนธาตุ ท่านได้มอบให้ ท่านได้มองเห็นถึงการปฏิบัติในครั้งนั้นว่าเด็กคนนี้เป็นคนที่ปฏิบัติธรรม ชอบจำศีลภาวนา ชอบบำเพ็ญเพียรภาวนามาแต่ไหนแต่ไร ท่านก็เลยมอบกลดเก่าให้ชุดหนึ่ง ผ้ามุ้งกลดก็เป็นผ้าจีวรสองผืนเย็บประกบกันแล้วก็มีสายรัดรูด พอถึงวันพระเราไปโรงเรียนเราก็จะเอากลดวางไว้ตรงตะแกรงหน้ารถ แล้วก็ปั่นไป ขากลับก็แวะเข้าวัดเลย บางทีก็ไปทุ่งนาที่เป็นที่ดินของโยมแม่โยมพ่อ ก็ไปปักกลดอยู่บนกระต๊อบเถียงนา แล้วก็นั่งบำเพ็ญภาวนาทั้งคืนจนสว่าง คิดอยู่เสมอว่า ถ้าเสร็จภารกิจทางโลกแล้วเราจะไม่กลับมาทางโลกอีก คิดอย่างนั้นอยู่ตลอดสมัยเป็นนักเรียน อาจารย์ปริญญา มุกขะสมบัติ ซึ่งเป็นอาจารย์ที่รักเอ็นดูเรามากในครั้งนั้น ที่โรงเรียนพ.ม. นะ ก็ตามไปเยี่ยม

ช่วงนั้นได้โยมพ่อนี่แหละท่านทำกระต๊อบให้อยู่ปลายนา มีบ่อปลา แล้วก็ซื้อปลามาปล่อยในบ่อนั้น ก็ปล่อยปลาไปหลายพันตัวมาก เราก็ปักกลดอยู่กระต๊อบกลางน้ำนั้นแหละ บำเพ็ญภาวนาอยู่ตลอด พอกลับมาจากโรงเรียนก็เข้ากลดนั่งภาวนา ครั้งนั้นอายุได้ประมาณ ๑๓ – ๑๔ ปี ก็ภาวนาอยู่ตลอดเลยไม่ขาด จนครั้งหนึ่งช่วงนั้นเรานั่งภาวนาที่กระต๊อบที่ปลายนานี่ จนตัวลอยขึ้นเลย ซึ่งเป็นเรื่องที่อัศจรรย์มากในครั้งนั้น เป็นกำลังใจให้เราได้เร่งความเพียรหนักยิ่งขึ้นอีก เป็นครั้งแรก พอมาเดินจงกรมก็เดินลอยไปในอากาศเลย เท้าไม่แตะพื้นดินเลย เดินอยู่บนคันนานะ

คราวนี้มีครั้งหนึ่งที่เราบำเพ็ญช่วงกลางคืนประมาณตี ๒ กะว่าจะลงไปอาบน้ำในบ่อน้ำ แต่ว่าพอเราเดินไปนี่ตัวเราเบามาก ขณะนั้นก่อนที่จะไปอาบน้ำเรานั่งภาวนาอยู่ ๕ ชั่วโมง ก็ถึงตี ๒ แล้วก็คิดว่าจะลงไปอาบน้ำในบ่อ พอลุกจากที่นั่งภาวนานี่ตัวเบา…หวิวเลย เหมือนกับว่าเท้าเราไม่ได้กดฝุ่นละอองในพื้นเลย เดินลงไปในน้ำก็ไม่จมน้ำ ซึ่งเป็นปรากฏการณ์มหัศจรรย์ จึงเป็นทางให้เราอยากบวชอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งเป็นการบวชครั้งที่ ๓ ครั้งที่ ๒ นี่อายุ ๑๓ ปี เป็นการบวชเณรภาคฤดูร้อนอยู่ที่อำเภอพิบูลมังสาหาร เราก็จำไม่ได้ว่าเป็นวันอะไร แต่ว่าพอลาสิกขาจากภาคฤดูร้อน ยิ่งมุ่งมั่นมาก จะมาอยู่บ่อปลาก็อยู่ไม่ได้แล้ว ไปทางโลกไม่ได้แล้ว ก็เลยปรึกษาโยมพ่อโยมแม่ว่า ลูกจะบวชอีกครั้งนะ ลูกคงจะไม่ได้สึกอีกแล้ว ขอบำเพ็ญไปจนถึงที่สุด ซึ่งมีกำลังใจจากการได้บำเพ็ญที่ทุ่งนา

จากนั้นอาจารย์ปริญญา มุกขะสมบัติ ท่านก็ให้ความอุปการะช่วยเหลือหลายๆ อย่าง ธรรมดาแล้วคนทั่วไปคงไม่ได้ช่วย คงคิดว่าเราบ้า แต่ว่าท่านก็ได้อนุเคราะห์ทั้งรถจักรยาน ทั้งเครื่องอำนวยความสะดวกในการบำเพ็ญภาวนาในครั้งนั้น อยากได้อะไรก็บอก ท่านก็มอบให้ถือว่าเป็นบุคคลคนหนึ่งที่สำคัญในชีวิตที่เกิดมา ตั้งแต่อายุ ๑๒ ๑๓ ๑๔ และก็อายุ ๑๕ ปี ซึ่งปัจจุบันนี้ อาจารย์ปริญญา มุกขะสมบัติ นี่ก็ยังเป็นครูอยู่นะ ก็ได้กลับมาอุปถัมภ์อีกครั้งหนึ่ง ทุกวันนี้ก็ได้มาช่วยพัฒนาวัดป่าขันติธรรมนี่ ซึ่งก็เป็นเรื่องแปลกมาก แต่ก่อนท่านเป็นครูสอนเรา แต่ว่าเดี๋ยวนี้ก็ให้ความเคารพศรัทธาในลูกศิษย์ ก็เคารพศรัทธาในคุณธรรมที่เรามี และก็กลับพาลูกศิษย์นักเรียนรุ่นน้องมาร่วมสร้างบารมีที่นี่อีก เป็นที่น่าอัศจรรย์มาก คุณครูที่โรงเรียน พ.ม. ก็มาหมดเลย

หน้าที่: 1 2 3 4 5 6 7 8 9