ตามรอยเส้นทางธรรม

January 13th, 2010 |

พอท่านกลับไปแล้ว เราก็อยู่ที่นั่นประมาณ ๓ เดือน อยู่คนเดียวนะ ก็เลยเดินทางจากถ้ำภูตึกลงมา ข้ามปากแม่น้ำมูล แล้วก็ผ่านอำเภอโขงเจียมเดินไปเรื่อยๆ บางทีก็ข้ามไปธุดงค์ที่ฝั่งลาวบ้าง ก็โดนทหารลาวจับ แล้วเขาก็เอาข้ามมาส่ง บางทีก็กลับไปกลับมาฝั่งลาว ช่วงสมัยที่เป็นสามเณรนั้น ทุกคืนนี้พอนิมิตเห็นอะไร ลืมตาขึ้นก็จะเห็นนิมิตนั้นเป็นรูปภาพเป็นเหมือนกับเรื่องปกติที่เรามองเห็น ทั่วไป ถ้าว่านิมิตนั้นมันไม่จริง ลืมตาเราก็ยังเห็นสิ่งนั้นอยู่ ตาเนื้อมองก็ยังเห็น

หลังจากลงจากภูตึกไป ก็เริ่มเห็นสิ่งอัศจรรย์เยอะแยะมากมาย เริ่มรู้จักเทวดา รู้จักสิ่งลี้ลับต่างๆ ที่คนทั่วไปมองไม่เห็น บางคืนเราปักกลดอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขง ก็เห็นพญานาคขึ้นมากราบแล้วก็ขอศีล ฟังธรรมะ ก็ให้ธรรมะไปสั้นๆ เขาก็ชื่นชมยินดีในธรรมะเหล่านั้นเป็นอย่างมาก เราก็เดินจาริกไปเรื่อยๆ ค่ำที่ไหนก็ปักกลดนั่ง บางทีเดินข้ามแม่น้ำโขงไปก็มีนะ ซึ่งเป็นเรื่องอัศจรรย์มาก พอเท้าเราไปแตะน้ำไม่จมน้ำ อ้าว! ดีนี่น่า ไหนลองเดินดูซิ มันเดินข้ามได้ไหม ก็เลยลองเดิน มันก็เดินไปได้จริงๆ พวกชาวประมงแถวนั้นเห็นก็รีบเร่งพายเรือมาหา เดินจนขึ้นถึงฝั่ง ก็พอดีเรือมาจอดตามหลังพอดี แล้วก็ขึ้นไปกราบ ไปกราบไม่มีอะไร ขอหวยเลย เออ!…ก็จะเจอแบบนี้ตลอดตามริมแม่น้ำโขง เราใช้เวลาเดินอยู่ริมแม่น้ำโขงถึงอำเภอโขงเจียมหลายเดือนมาก ประมาณ ๗ – ๘ เดือน ในครั้งนั้น

ในระหว่างที่เดินธุดงค์ตามริมแม่น้ำโขงก็ได้พักอยู่ที่ อำเภอเขมราษฎร์ และ อำเภอชานุมาน ทุกจุดที่เราปักกลดนี้ก็จะมีเทวดามาต้อนรับมากมายนะ มาฟังธรรมตลอดเส้นทาง เหมือนกับว่าเป็นกำลังใจ ให้เราได้รู้ถึงความจริงของคำสอนของพระพุทธเจ้าว่ามันเป็นจริงแล้ว ความโง่ทั้งหลายได้ดับไปสิ้นแล้ว ความศรัทธาของเราเด่นชัดแล้ว เรียกว่า สังโยชน์ ๑๐ นี้ไม่มีกังวลสงสัยอันใดแล้ว เชื่อมั่นมากในพระพุทธเจ้า

จนได้เดินธุดงค์ไปถึง จังหวัดมุกดาหาร ไปอยู่มุกดาหาร ๓ วัน ก็มีชาวบ้านไปหา ก็มีแต่ไปขอหวย พอดีคืนนั้นก็ได้ไปปักกลดอยู่โคนต้นโพธิ์ เกิดฟ้าผ่าลงมาชาวบ้านก็วิ่งหนีกัน เราก็นั่งอยู่ใต้ร่มโพธิ์นั่นแหละ แต่ก็ไม่เป็นไรนะ ฟ้าผ่าลงมาแสงไฟรอบตัวบึ้มเลย ขนลุกอยู่ แต่ว่าไม่มีสะทกสะท้านอะไร ก็มีแต่ขนพองอยู่นิดหนึ่ง เพราะแรงสะท้านของมัน ก็ไม่เป็นไร ชาวบ้านกลับมาดู สงสัยว่าเณรน้อยตายแล้ว มาดูก็ไม่ตาย เราไม่ตายเพราะว่าเราสละตาย ถ้าเราไม่สละตายเราคงตาย นี่เราสละตายบูชาพระพุทธเจ้าใต้ร่มโพธิ์นี่ละ ตายก็ตาย ก็เลยไม่ตาย จากนั้นก็ลาชาวบ้านไป

เดินต่อไปเรื่อยๆ จนถึง จังหวัดนครพนม ไปนครพนมก็ไปถึงท่าอุเทน ขึ้นไปปักกลดอยู่กลางทุ่งนา ก็มีชาวบ้านให้ความอุปถัมภ์อยู่ที่นั้น ๓ เดือน บำเพ็ญภาวนาเป็นอย่างดีไม่มีด่างพร้อย จากนั้นก็เดินธุดงค์จากท่าอุเทนไปถึงอำเภอโพนสวรรค์ ก็ไปอยู่โพนสวรรค์ระยะหนึ่ง แล้วก็เดินต่อไปตามริมแม่น้ำศรีสงคราม แล้วก็เดินกลับริมแม่น้ำโขง จากนั้นก็เดินจาริกต่อไปถึงอำเภอบึงกาญน์ จากบึงกาญน์ก็ไปปากคาด ถึง จังหวัดหนองคายโน้นแหละ ค่ำไหนก็นอนนั่น เดินเท้าเปล่า ไม่เคยเดินตามถนนหรอก ชอบไปเหยียบย่ำที่มันร้อนๆ ช่วงกลางวันบางทีก็เหยียบหนาม เหยียบเศษแก้ว เออ…ไม่เป็นไร เจ็บมันก็เรื่องของเจ็บ ไม่ใช่ตัวตนของเรานี่นา ไปเรื่อยๆ

หน้าที่: 1 2 3 4 5 6 7 8 9