บทกลอนสะท้อนธรรม

January 13th, 2010 |

บทกลอนน้อมถวายเป็นมุทิตาสักการะ
แด่พระเดชพระคุณท่าน หลวงปู่สมบูรณ์  ขันติโก

หลวงปู่ ให้ข้อธรรม ที่ล้ำค่า        ด้วยเมตตา ดำริ สติปัฏฐาน
ดุจประทีป ส่องพ้น อนธกาล            ดุจสายธาร ศรัทธา สู่นาบุญ
เจ็ดสิบเจ็ด ปีจิตงาม ธรรมล้ำเลิศ สุดประเสริฐ กำเนิด เพื่อเกื้อหนุน
เผยแผ่ พระศาสนา ด้วยการุณย์        ประจักษ์แจ้ง กิตติคุณ ปู่สมบูรณ์
ขออัญเชิญ พุทธคุณ ป้องรักษา  ให้หลวงปู่ เมตตา ต่อปวงศิษย์
ดุจศูนย์รวม ศรัทธาธรรม นำชีวิต   เป็นร่มไทร ให้ศิษย์ ตราบเท่านานเทอญ

ขอนอบน้อมถวายด้วยมุทิตาสักการะ
พระยิ้ม  สันตจิตโต
วัดป่าขันติบารมี สาขา ๒


๑.โดยพระเดชพระคุณท่านหลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก

เราหาความทุกข์ทางใจไม่มีอีกแล้ว
ทั้งสุขแลทุกข์ก็หายไปจากใจ
มีไว้เพียงทุกข์เวทนาส่วนกายเท่านี้
ดวงใจอันนี้ไม่ได้หวั่นไหวในทุกข์เวทนาทั้งส่วนกาย และสุขส่วนใจ
ไม่ยึดฝ่ายสุข ไม่ยึดฝ่ายทุกข์
เรามีธรรมเป็นอาหารทางใจ
อันธรรมนี้หล่อเลี้ยงใจเราตลอดกาล
อย่าไปยึดถือ เอาเป็นตัวตน


๒.โดยศิษยานุศิษย์

ท่านปู่เณรคำค้ำคุณธรรม
ขออัญเชิญเทวดาและองค์อินทร์ เอกอัมรินทร์ที่สถิตสรวงสวรรค์
เชิญเสด็จศรีสะเกษพร้อมเพรียงกัน อเนกอนันต์ถวายพรให้เพิ่มพูน
ดิถีนี้วันดีศรีสิทธิโชค โรคร้ายพิษภัยสลายสูญ
ให้อายุยืนยาวทวีคูณ ประมวลมูลคุณธรรมล้ำโลกา
เพ่งพิจารณากายใจใสบริสุทธิ์ กว่าโกมุทเบิกบานสุดหรรษา
ท่านเผยธรรมนำทุกคนให้เมตา อุปมาพ่อพระประทานพร
ขอท่านอยู่คุ่บุญประเทศชาติ ให้เปรื่องปราชญ์สามารถสโมสร
อริยสงฆ์คงวาทีศรีสุนทร เอกอมรสอนธรรมค้ำคูณไทย

กราบนมัสการด้วยความเคารพอย่างสูงยิ่ง
คณะศิษย์ขันติธรรม สาขาที่ ๙ เทพสถิต จ. ชัยภูมิ
๒ กรกฎาคม ๒๕๕๐


คำกลอนสอนใจผู้ใฝ่บุญ
สิบนิ้วพนมก้มกราบขอเรียนเชิญ ผุ้มีเงินมากล้นพ้นทุกข์เข็ญ
เชิญทำบุญเพื่อหนุนนำความสุขเย็น จะได้เป็นสะพานบุญเกื้อหนุนกัน
พระแก้วมรกตยังรอช่วยก่อสร้าง เพื่อเป็นทางสู่สวรรค์เมื่อดับขันธ์
ปู่เณรคำเน้นบอกย้ำทำร่วมกัน ช่วยสร้างสรรค์กรรมดีไว้ไม่ติเตียน
มนุษย์เราเกิดมาในหล้าโลก มีทุกข์โศกสุขสันต์ผันแปรเปลี่ยน
ชั่วเจ็ดทีดีเจ็ดหนหมุนวนเวียน เหมือนกงเกวียนซี่ล้อหมุนต่อกัน
ชีวิตคืออนัตตาอย่าวิตก สวรรค์นรกรอรับเมื่อดับขันธ์
ทุกร่างกายหมักหมมทับถมกัน เลว..ดี..นั้นอยู่ที่กรรมทำเพื่อตน
ผู้ทำดีมีสุขทุกสถาน จะทำการสิ่งใดย่อมได้ผล
เกิยรติลาภยศปรากฎไกลภูมิใจตน มีแต่คนสนใจใฝ่บูชา
ผู้ทำชั่วมัวหมองย่อมครองทุกข์ ไม่มีสุขสมหวังดังฝันหา
ผู้ทำดีย่อมมีบุญหนุนนำพา สุขถ้วนหน้าลาทุกขังทั้งใจกาย
ก้าวไปเถิด ก้าวไปในโลกกว้าง พร้อมกับสร้างความดีสิ่งที่หมาย
เพื่อไว้เป็นอนุสรณ์ก่อนเราตาย จะไม่อายโลกนี้ที่เกิดมา
กรรมกำหนดกฎแห่งกรรมประจำโลก กรรมเหมือนโชคเหมือนเคราะห์ห่อนเสาะหา
ถ้ากรรมดีอาจได้โดยไม่ช้า กรรมรักษาสาธุชนพ้นภัยพาล
โลกทุกวันผันไปไม่หยุดนิ่ง ทุกทุกสิ่งไม่จีรังเสื่อมสังขาร
ไม่มีใครใช้ชีวิตนิจกาล อยู่ไม่นานก็ดับทับถมดิน
ชีวิตหนึ่งตรึงแน่นกับแก่นโลก สุขหรือโศกต่อสู้ไม่รู้สิ้น
เหมือนเรือน้อยลอยไหลในวาริน หวังขึ้นถิ่นฟากฝั่งดั่งประสงค์
คืนและวันพลันดับก็ลับล่วง ท่านทั่งปวงจงอุตส่าห์หากุศล
อย่ามัวช้ารีบไขว่คว้าพึงพาตน อายุคนไม่ยืนถึงหมื่นปี

เรียบเรียงโดย…..ครูหวัน ฉวีวงศ์


เพลงหลวงปู่เณรคำ

โลกยังคงหมุนไป      ตอนนี้เราทำอะไรกันอยู่  โลกยังคงเฝ้าดู   และรับรู้ถึงการกระทำ
เกิดมามีแต่ตัว   อย่าเมามัวสร้างเวร และสร้างกรรม   ก็ชีวิตที่เหลือที่มีนั่น   ให้ขยันสร้างสมความดี
เป็นกำเนิดเกิดก่อ สืบต่อพระศาสนา ผู้มีบุญจุติลงมา นามว่าปู่เณรคำ
ตั้งใจบำเพ็ญเพียร   ให้เข้าถึง เห็นซึ้งของสัจธรรม     ใจกายยอมตายเป็นเดิมพัน เพื่อหลุดพ้น สู่พระนิพพาน
ท่านปู่เณรคำได้จำนรรจา  ให้ภาวนาและรักษาศีล ควรให้ทานแก่ผู้ยากเข็ญ  หรือจะเป็นกับเนื้อนาบุญ
ตามรอยเส้นทางธรรม   หลวงปู่เณรคำได้พร่ำสอน จาริกไกลแรมรอน  นำพรสู่สาธุชน
อันวัฏสงสาร    เวียนว่ายตายเกิดให้พ้น             ให้ตั้งมั่นดำรงชีพตน   ก่อนที่เพลิงจะแผดเผาหัวใจ
ท่านปู่เณรคำนั้นล้ำเลิศ   ประเสริฐคุณธรรมนำวิถี ฝึกดวงจิตพ้นทุกพันปี    ไม่มีกิเลสกล้ำกราย
หลุดสุขหมดกังวล    จิตเปี่ยมล้นด้วยคุณธรรม ทำงานทุกอย่างจงน้อมนำ    ท่านปู่เณรคำนำพ้นภัย

คำร้อง และทำนอง เสถียร ทำมือ


ดอกไม้สีขาว

ด้วยหัวใจที่เลื่อมใสและศรัทธา
ดั่งวิสาขาต่อองค์สัมมาสัมพุทธ
เต็มเปี่ยมด้วยศรัทธาที่บริสุทธิ์
ประดุจเป็นดั่งดอกไม้สีขาว
อีกทั้งวาจากิริยาที่งดงาม
ผู้คนไถ่ถามถึงเธอผู้อารีย์
เปรียบเป็นแม่พระ ผู้สูงศักดิ์ที่ใจดี
เธอผู้มีหัวใจแห่งพระธรรม

***  เจ้าดอกไม้สีขาวผู้เบิกบาน  ผู้สราญโลกแห่งธรรมประจำใจ      จะอยู่แห่งไหน เธอคือผู้ให้ ไม่เบียดเบียนใคร  หัวใจใฝ่คุณความดี
ให้บุญหนุนนำ    พระธรรมจงส่องทาง
ศิริงดงาม   แม้ยามฟ้าหม่นหมอง
พรที่เลิศล้ำ  สมดั่งใจปอง    ขอจงคุ้มครองเจ้าดอกไม้สีขาว

จากอัลบัมชุด โลก-ธรรมะ และสันติภาพ
หลวงปู่เณรคำ  ฉัตติโก


อัฐิศิษย์หลวงปู่เณรคำ กลายเป็นพระธาตุ

หลวงตาสงวน กนนกโร

หลวงตาสงวน ศิษย์ท่านปู่ เณรคำรูปแรก
ศิษย์ที่แปลก กว่าศิษย์อื่น สุดสรรหา
บวชหลังหก สิบปี เป็นพุทธบูชา
แด่องค์พระ พุทธสัมมา สัมพุทโธ
บวชอยู่เก้า ปีแสวงหา ครูบา อาจารย์
เทพประทาน พบท่านปู่ฯ  แสนสุขโข
อยู่ขันติบารมี สาขาเก้า ยกหินก้อนโต
ภาวนา พุทโธ พร้อมกับงาน
ปลูกต้นไม้ สร้างกุฏิ ท่านปู่เณร
ก็สิ้นเวร ภารกิจ ละสังขาร
อยู่กับรู้ ทุกข์สุข ไม่ยาวนาน
สุขสราญ หนึ่งปี แสนดีใจ
สิ้นกิจ สิ้นภาระ สิ้นที่ธาตุ
ธรรมประกาศ ให้โลกรู้ อัฐิขาวใส
อัฐิเป็น พระธาตุ สมฤทัย
ชื่อเกรียงไกร ศิษย์ปู่เณรคำ ล้ำเลิศเอย

กราบนมัสการด้วยความเคารพอย่างสูงยิ่ง
คณะศิษย์ขันติบารมีสาขา  8, 9, 19
ณ โอกาสทอดผ้าป่ามหากุศล วันพ่อแห่งชาติ
ถวายแด่หลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก วัดป่าขันติบารมีสาขา 9


มหาเจดีย์ฐิตปุญญานุสรณ์

ท่านปู่เณรคำ นำสร้าง บารมี         มหาเจดีย์ ฐิตปุญญานุสรณ์
บรรจุธาตุ หลวงปู่สุข แสนสุนทร          เอกอมร ศิษย์เอกคือ หลวงปู่เณรคำ
พร้อมอาจารย์แม่ สุนันทา ลีเลิศพันธ์   อเนกอนันต์ ใช้ดอกบัวคู่ รวยคมขำ
คุณศิริพร คุณภูมินทร์ ร่วมน้อมนำ       คารมคำ ไพเราะ เพราะพริ้ง ดวงกมล
วันนี้เป็น วันดี อุดมทรัพย์                     ร่วมรับศีล สมาธิปัญญา หามรรคผล
พบเร็วพลัน ค้นพบ ในกายตน              บุญกุศล หนุนนำ พร้อมทำดี
ศิษย์ปู่เณรคำ ปู่สุข มีแต่สุข                  แสนสนุก ทุกทิวาราตรี เกษมศรี
ดุจเทพเทวา นางฟ้า สุขาวดี                 อริยชนนี้ ปล่อยวาง อย่างพอเพียง

หลวงปู่ทองสุข

หลวงปู่ทองสุข บวชเมื่ออายุ ยี่สิบสอง    บวชทดลอง ตามญาติ ตามศาสนา
ฝึกดูจิต ตามองค์พุทธะ พระสัมมา              ภาวนา พิจารณา กายกับใจ
หลวงปู่ ทองสุข ฐิตปุญโญ                         สอนพุทโธ ทำไป ใจสดใส
รู้ละวาง ลดละ ฝึกอภัย                               ละโกรธได้ ละหลงผิด จิตอารี
ออกเดินป่า มีบาตร และกลด                      นอนบนง่าม ไม้คด แสนสุขี
รู้ละโลภ จิตเบิกบาน สบายดี                       สืบสานตาม หลวงปู่บุญ จนสมหมาย
สร้างป่าแปด สิบไร่ ไกลอบาย                     ปู่บรรยาย ธรรมนำคน พ้นอัตตา
ปู่อยู่อย่าง ยิ้มแย้ม ปัจจุบัน                         ปู่รู้ทัน ทุกข์สุข ปู่หรรษา
ปู่เป็นพระ กรรมฐาน ปู่เมตตา                      วิปัสสนา พาคน พ้นทุกข์ภัย

ประพันธ์โดยคณะศิษยานุศิษย์ วัดป่าขันติบารมี สาขา ๘,๙,และ ๑๙